มี.ค. 13

Welcome!!!

สวนสาธารณะฮิบิยะ ในอดีตสวนแห่งนี้เป็นที่ดินของมัตสึไดระ ฮิเซนโนะคามิและบุคคลอื่นๆ จนกระทั่งสิ้นสุดยุคเรืองอำนาจของโชกุน จึงได้กลายเป็นสนามเดินแถวทหารตลอดสมัยเมจิ ต่อไปรัฐบาลได้วางแผนออกแบบและพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะในเมือง กลายเป็นสวนสาธารณะสมัยใหม่สไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น สวนสาธารณะฮิบิยะได้เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีไปเมื่อปี 2003 ความทุ่มเทใส่ใจของผู้ออกแบบสวนและริเริ่มทางวัฒนธรรมสะท้อนให้เห็นผ่านหอแสดงดนตรีขนาดเล็กใหญ่และหอประชุมสาธารณะได้อย่างเด่นชัด สิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณเหล่านี้ยังคงใช้ประโยชน์จวบจนทุกวันนี้

แปลงดอกไม้ในสวนเบ่งบานหมุนเวียนอวดโฉมตามฤดูกาลตลอดทั้งปี ดึงดูดผู้คนที่ทำงานในย่านธุรกิจใกล้ๆ ให้มาพักผ่อนคลายเครียด

เปิดให้บริการ: วันที่ 1 มิถุนายน 1903
พื้นที่: 161,636.66 ตร.ม. (พื้นที่บางส่วนเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลซึ่งให้ยืมโดยเสน่หา)
พรรณไม้: ไม้ยืนต้น: 3,100 ไม้พุ่ม: 10,100 ตร.ม. ทุ่งหญ้า: 11,300 ตร.ม.
ต้นไม้สำคัญ: แปะก๊วย แอปริคอตญี่ปุ่น การบูร มะเดื่อ ด็อกวูด สน ทิวลิป กุหลาบ มอสดาว
กิจกรรม: งานแสดงคอนเสิร์ตที่หอแสดงดนตรี (ทุกวันพุธและศุกร์), งานแสดงมอร์นิ่งกลอรี่ (กรกฎาคม) งานขายต้นกล้า (เมษายนและตุลาคม), งานเบญจมาศบาน (พฤศจิกายน)
สิ่งอำนวยความสะดวก: หอแสดงดนตรีฮิบิยะขนาดใหญ่ (เบอร์โทร: 03-3591-6388) หอแสดงดนตรีขนาดเล็ก สนามเดินแถว ห้องสมุดฮิบิยะ และหอวัฒนธรรม (เปิดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2011) สนามเทนนิส สนามเด็กเล่น แผงขายอาหารและเครื่องดื่ม วิทยาลัยมิโดริโตะมิซุ (เขียวและน้ำ) เพื่อประชาชน
... See MoreSee Less

สวนสาธารณะฮิบิยะ ในอดีตสวนแห่งนี้เป็นที่ดินของมัตสึไดระ ฮิเซนโนะคามิและบุคคลอื่นๆ จนกระทั่งสิ้นสุดยุคเรืองอำนาจของโชกุน จึงได้กลายเป็นสนามเดินแถวทหารตลอดสมัยเมจิ ต่อไปรัฐบาลได้วางแผนออกแบบและพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะในเมือง กลายเป็นสวนสาธารณะสมัยใหม่สไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น สวนสาธารณะฮิบิยะได้เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีไปเมื่อปี 2003 ความทุ่มเทใส่ใจของผู้ออกแบบสวนและริเริ่มทางวัฒนธรรมสะท้อนให้เห็นผ่านหอแสดงดนตรีขนาดเล็กใหญ่และหอประชุมสาธารณะได้อย่างเด่นชัด สิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณเหล่านี้ยังคงใช้ประโยชน์จวบจนทุกวันนี้ แปลงดอกไม้ในสวนเบ่งบานหมุนเวียนอวดโฉมตามฤดูกาลตลอดทั้งปี ดึงดูดผู้คนที่ทำงานในย่านธุรกิจใกล้ๆ ให้มาพักผ่อนคลายเครียด เปิดให้บริการ: วันที่ 1 มิถุนายน 1903 พื้นที่: 161,636.66 ตร.ม. (พื้นที่บางส่วนเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลซึ่งให้ยืมโดยเสน่หา) พรรณไม้: ไม้ยืนต้น: 3,100 ไม้พุ่ม: 10,100 ตร.ม. ทุ่งหญ้า: 11,300 ตร.ม. ต้นไม้สำคัญ: แปะก๊วย แอปริคอตญี่ปุ่น การบูร มะเดื่อ ด็อกวูด สน ทิวลิป กุหลาบ มอสดาว กิจกรรม: งานแสดงคอนเสิร์ตที่หอแสดงดนตรี (ทุกวันพุธและศุกร์), งานแสดงมอร์นิ่งกลอรี่ (กรกฎาคม) งานขายต้นกล้า (เมษายนและตุลาคม), งานเบญจมาศบาน (พฤศจิกายน) สิ่งอำนวยความสะดวก: หอแสดงดนตรีฮิบิยะขนาดใหญ่ (เบอร์โทร: 03-3591-6388) หอแสดงดนตรีขนาดเล็ก สนามเดินแถว ห้องสมุดฮิบิยะ และหอวัฒนธรรม (เปิดเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปี 2011) สนามเทนนิส สนามเด็กเล่น แผงขายอาหารและเครื่องดื่ม วิทยาลัยมิโดริโตะมิซุ (เขียวและน้ำ) เพื่อประชาชน

View on Facebook

ครูมานะ ประจงจิตร ได้อัพเดตรูปโปรไฟล์ ... See MoreSee Less

View on Facebook

วัดเซนโซ (ญี่ปุ่น: 浅草寺 Sensō-ji ?) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดอาซากุสะ เป็นวัดพุทธในย่านอะสะกุสะ เขตไทโต โตเกียว เป็นวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว แรกเริ่มเคยเป็นวัดในสายเทนได ต่อมาได้แยกเป็นอิสระหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณติดกับวัดเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอาซากุสะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต

วัดเซนโซเป็นสถานที่จัดเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในโตเกียว เทศกาลมีระยะเวลา 3-4 วัน ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างนี้ถนนใกล้เคียงจะปิดการจราจรตั้งแต่เช้าจนถึงหัวค่ำ

ผู้มาสักการะกำลังเผาเครื่องบูชา
ที่ทางเข้าวัดมีประตูขนาดใหญ่ เรียกว่า ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) หรือ "ประตูอสุนี" บนคานประตูแขวนโคมกระดาษขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 5.5 เมตร ที่มีรูปสายฟ้าและเมฆเขียนด้วยสีดำและแดง ในบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของเจดีย์ 5 ชั้น และอาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนน (Kannon Bosatsu)

ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจำนวนมาก เดินทางมาเยี่ยมชมวัดเซนโซ บริเวณรอบๆวัดจึงมีร้านค้าขายสินค้าและอาหารพื้นเมืองญี่ปุ่นมาวางขายจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ถนนนากามิเสะ ซึ่งทอดยาวตั้งแต่ประตูสายฟ้าไปจนถึงบริเวณวัด สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆขายของที่ระลึกต่างๆ เช่น พัด ภาพวาดแผ่นไม้ ชุดกิโมโน เสื้อคลุมแบบต่างๆ ม้วนภาพเขียน ขนมหวานพื้นเมือง ไปจนถึงหุ่นยนต์ของเล่น เสื้อยืด หรือของประดับโทรศัพท์มือถือ

ตู้บริจาคใบโต ไกด์แนะนำว่าให้โยนเหรียญบริจาคลงไป และควรจะบริจาคเป็นเหรียญที่มีเลข 5 ทั้ง 5 เยน 50 เยน หรือ 500 เยน ซึ่งให้ความหมายที่ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง [1]

ในบริเวณวัดยังมีสวนที่เงียบสงบ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาให้เป็นสวนแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดี

ประวัติ[แก้]
วัดเซนโซ นี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระโพธิสัตว์คันนง ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ประมาณปี ค.ศ. 628 มีชาวประมง 2 พี่น้อง ชื่อว่า ฮิโนคุมะ ฮามานาริ และฮิโนคุมะ ทาเคนาริ ทุกวันจะออกหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้นทั้งวันจับปลาไม่ได้สักตัว จึงอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้จับปลาได้สักตัว เพื่อกลับไปทานเป็นอาหารเย็น พอเหวี่ยงแหออกไป สิ่งที่ติดแหขึ้นมา กลับเป็นพระพุธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ สูง 5 นิ้ว จึงนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองชื่อว่า ฮาจิโนะ นากาโมโตะ หัวหน้าหมู่บ้านได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิม จึงได้เปลี่ยนแปลงบ้านของตนในอาซากุสะให้กลายเป็นวัดขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านมากราบไหว้บูชา ทั้งชาวบ้านและเหล่าซามูไรมักจะเดินทางมาขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมเป็นประจำ และสิ่งที่ขอพรไปนั้นก็มักจะสมปรารถนาอยู่เสมอ ๆ ทำให้ชาวบ้านและเหล่าซามูไรมีความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมนี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วญี่ปุ่น มีคนจากทั่วสารทิศเดินทางมาวัดอาซากุสะเพื่อสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม จนล่ำลือไปถึงท่านโชกุน ท่านโชกุนจึงได้ให้มีการสร้างอาคารหลังใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ. 645 และต่อเติมส่วนต่าง ๆ เรื่อยมาอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองปี ค.ศ. 1945 อาคารส่วนใหญ่ของวัดอาซากุสะ ได้รับความเสียหายจากการถูกทิ้งระเบิด และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุขให้กับคนญี่ปุ่น
... See MoreSee Less

วัดเซนโซ (ญี่ปุ่น: 浅草寺 Sensō-ji ?) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดอาซากุสะ เป็นวัดพุทธในย่านอะสะกุสะ เขตไทโต โตเกียว เป็นวัดที่เก่าแก่และมีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว แรกเริ่มเคยเป็นวัดในสายเทนได ต่อมาได้แยกเป็นอิสระหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณติดกับวัดเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอาซากุสะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต วัดเซนโซเป็นสถานที่จัดเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในโตเกียว เทศกาลมีระยะเวลา 3-4 วัน ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างนี้ถนนใกล้เคียงจะปิดการจราจรตั้งแต่เช้าจนถึงหัวค่ำ ผู้มาสักการะกำลังเผาเครื่องบูชา ที่ทางเข้าวัดมีประตูขนาดใหญ่ เรียกว่า ประตูคามินาริ (Kaminari-mon) หรือ "ประตูอสุนี" บนคานประตูแขวนโคมกระดาษขนาดใหญ่มีความสูงกว่า 5.5 เมตร ที่มีรูปสายฟ้าและเมฆเขียนด้วยสีดำและแดง ในบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของเจดีย์ 5 ชั้น และอาคารหลักที่เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์คันนน (Kannon Bosatsu) ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติจำนวนมาก เดินทางมาเยี่ยมชมวัดเซนโซ บริเวณรอบๆวัดจึงมีร้านค้าขายสินค้าและอาหารพื้นเมืองญี่ปุ่นมาวางขายจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ถนนนากามิเสะ ซึ่งทอดยาวตั้งแต่ประตูสายฟ้าไปจนถึงบริเวณวัด สองข้างถนนเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆขายของที่ระลึกต่างๆ เช่น พัด ภาพวาดแผ่นไม้ ชุดกิโมโน เสื้อคลุมแบบต่างๆ ม้วนภาพเขียน ขนมหวานพื้นเมือง ไปจนถึงหุ่นยนต์ของเล่น เสื้อยืด หรือของประดับโทรศัพท์มือถือ ตู้บริจาคใบโต ไกด์แนะนำว่าให้โยนเหรียญบริจาคลงไป และควรจะบริจาคเป็นเหรียญที่มีเลข 5 ทั้ง 5 เยน 50 เยน หรือ 500 เยน ซึ่งให้ความหมายที่ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง [1] ในบริเวณวัดยังมีสวนที่เงียบสงบ ซึ่งได้รับการดูแลรักษาให้เป็นสวนแบบญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดี ประวัติ[แก้] วัดเซนโซ นี้สร้างขึ้นเพื่อบูชาพระโพธิสัตว์คันนง ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ประมาณปี ค.ศ. 628 มีชาวประมง 2 พี่น้อง ชื่อว่า ฮิโนคุมะ ฮามานาริ และฮิโนคุมะ ทาเคนาริ ทุกวันจะออกหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ มีอยู่วันหนึ่ง วันนั้นทั้งวันจับปลาไม่ได้สักตัว จึงอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้จับปลาได้สักตัว เพื่อกลับไปทานเป็นอาหารเย็น พอเหวี่ยงแหออกไป สิ่งที่ติดแหขึ้นมา กลับเป็นพระพุธรูปเจ้าแม่กวนอิมทองคำ สูง 5 นิ้ว จึงนำไปให้หัวหน้าหมู่บ้านของทั้งสองชื่อว่า ฮาจิโนะ นากาโมโตะ หัวหน้าหมู่บ้านได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิม จึงได้เปลี่ยนแปลงบ้านของตนในอาซากุสะให้กลายเป็นวัดขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ เพื่อให้คนในหมู่บ้านมากราบไหว้บูชา ทั้งชาวบ้านและเหล่าซามูไรมักจะเดินทางมาขอพรจากเจ้าแม่กวนอิมเป็นประจำ และสิ่งที่ขอพรไปนั้นก็มักจะสมปรารถนาอยู่เสมอ ๆ ทำให้ชาวบ้านและเหล่าซามูไรมีความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงในความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมนี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วญี่ปุ่น มีคนจากทั่วสารทิศเดินทางมาวัดอาซากุสะเพื่อสักการะองค์เจ้าแม่กวนอิม จนล่ำลือไปถึงท่านโชกุน ท่านโชกุนจึงได้ให้มีการสร้างอาคารหลังใหญ่ขึ้นในปี ค.ศ. 645 และต่อเติมส่วนต่าง ๆ เรื่อยมาอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองปี ค.ศ. 1945 อาคารส่วนใหญ่ของวัดอาซากุสะ ได้รับความเสียหายจากการถูกทิ้งระเบิด และถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และความสงบสุขให้กับคนญี่ปุ่น

View on Facebook

โยะโกะฮะมะแลนด์มาร์กทาวเวอร์ (อังกฤษ: Yokohama Landmark Tower; ญี่ปุ่น: 横浜ランドマークタワー Yokohama Randomāku Tawā ?) เป็นอดีตอาคารสูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น มีความสูง 295.8 เมตร (970 ฟุต) ตั้งอยู่ในย่าน มินะโตะมิไร 21 เมืองโยะโกะฮะมะ อาคารสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2536 ประกอบด้วยโรงแรมห้าดาว ชั้น 48 ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก และสำนักงานต่าง ๆ
ที่มา:: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
17 มีนาคม 2560

... เกี่ยวกับ ตึก Yokohama Landmark
ตึกนี้เป็นศูนย์รวมซึ่งเป็นเป็นสัญลักษณ์ของมินาโตะ-มิราอิ สูง 296 เมตร และมีจุดชมวิว Sky Garden อยู่ที่ชั้น 69 และจากชั้น 52-67 เป็นโรงแรมขนาด 603 ห้อง เรียกว่า Yokohama Royal Park Hotel ที่นี่ยังมีศูนย์การค้า ของเลียนแบบ ร้านอาหาร ชั้นแสดงนิทรรศการ ห้องอเนกประสงค์ ออฟฟิต และคลินิก ตึกข้างๆคือ Queen's Tower A ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย
ชั้นนิทรรศการสวนลอยฟ้า
จากห้องล็อบบี้ชั้น 3 คุณสามารถขึ้นไปยังสวนลอยฟ้าประมาณสี่สิบชั้นโดยใช้ลิฟต์ ที่นั่นมีจุดชมวิวรอบทิศทาง และมีค่าเฟ่ ดังนั้นคุณสามารถชมทัศนียภาพขณะนั่งดื่มเพื่อผ่อนคลาย ที่นี่มีส่วนลดในวันที่ฝนตก และได้เครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว
เวลาเปิดทำการ 10.00-21.00 น. ปิดวันจันทร์และวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์จะปิดเวลา 22.00 น. การเข้าใช้บริการสุดท้ายคือ 30 นาทีก่อนปิดบริการ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1000 เยน
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ความยาว 200 เมตร
ภายในตึกนี้มีห้างสรรพสินค้าขนาด 200 เมตร จำนวน 5 ชั้น เรียกว่า "Landmark Plaza" ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 170 ร้าน และมีสินค้ายี่ห้อ Tiffany และ Coach ขายที่นี่ ผ้าพันคอของโยโกฮามาและร้านขายกระเป๋า และร้านขายของที่ระลึกท้องถิ่น สินค้าจากเกมส์ยอดนิยมและการ์ตูนโปเกม่อน ก็มีจำหน่ายที่ Pokémon Center บริเวณชั้นหนึ่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ร้าน ซึ่งแนะนำให้ใช้บริการ
สวน Dockyard (The Dockyard Garden)
"Old Yokohama No. 2 Dock" เป็นหนึ่งในท่าเรือพานิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ได้ถูกติดตั้งขึ้นมาใหม่ภายใน DOCKYARD GARDEN ซึ่งมีความยาว 107 เมตร กว้าง 29 เมตร หลังจากติดตั้งเสร็จในปี 1993 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในปี 1997 ที่นี่ยังมีแผนที่ภาพฉายบนท่าเรือ และคุณสามารถชมโดยซื้อตั๋วบนทางเข้าของสวนแห่งนี้ที่ชั้น 3 ราคา 500 เยน/คน
การเดินทาง
ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน Yokohama municipal ไปยังสถานี Sakuragi-cho และจากที่นี่จะมีทางเดินเคลื่อนที่ ใช้เวลา 5 นาที คุณสามารถใช้รถไฟสาย Minato Mirai ไปยังสถานี Minato Mirai และเดิน 3 นาที Landmark Plaza เปิดเวลา 11.00- 22.00 น. ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดจนถึง 20.00 น. Dockyard Garden เปิดจนกระมั่งเวลา 23.00 น. Tower Dining เปิดถึง 22.00น.
ที่มา:: www.japanhoppers.com/th/kanto/yokohama/kanko/1564/

ทริปร่วมพิธีจบการศึกษา นายร้อยโบได นนร.นวกานต์ ประจงจิตร นตท.๕๒ จปร.๖๓
#จักรดาว๕๒จปร๖๓นายร้อยโบไดJapan 17 มีนาคม 2560
... See MoreSee Less

โยะโกะฮะมะแลนด์มาร์กทาวเวอร์ (อังกฤษ: Yokohama Landmark Tower; ญี่ปุ่น: 横浜ランドマークタワー Yokohama Randomāku Tawā ?) เป็นอดีตอาคารสูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงเป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น มีความสูง 295.8 เมตร (970 ฟุต) ตั้งอยู่ในย่าน มินะโตะมิไร 21 เมืองโยะโกะฮะมะ อาคารสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2536 ประกอบด้วยโรงแรมห้าดาว ชั้น 48 ร้านค้า ร้านอาหาร คลินิก และสำนักงานต่าง ๆ ที่มา:: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี 17 มีนาคม 2560 ... เกี่ยวกับ ตึก Yokohama Landmark ตึกนี้เป็นศูนย์รวมซึ่งเป็นเป็นสัญลักษณ์ของมินาโตะ-มิราอิ สูง 296 เมตร และมีจุดชมวิว Sky Garden อยู่ที่ชั้น 69 และจากชั้น 52-67 เป็นโรงแรมขนาด 603 ห้อง เรียกว่า Yokohama Royal Park Hotel ที่นี่ยังมีศูนย์การค้า ของเลียนแบบ ร้านอาหาร ชั้นแสดงนิทรรศการ ห้องอเนกประสงค์ ออฟฟิต และคลินิก ตึกข้างๆคือ Queen's Tower A ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ชั้นนิทรรศการสวนลอยฟ้า จากห้องล็อบบี้ชั้น 3 คุณสามารถขึ้นไปยังสวนลอยฟ้าประมาณสี่สิบชั้นโดยใช้ลิฟต์ ที่นั่นมีจุดชมวิวรอบทิศทาง และมีค่าเฟ่ ดังนั้นคุณสามารถชมทัศนียภาพขณะนั่งดื่มเพื่อผ่อนคลาย ที่นี่มีส่วนลดในวันที่ฝนตก และได้เครื่องดื่มฟรี 1 แก้ว เวลาเปิดทำการ 10.00-21.00 น. ปิดวันจันทร์และวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์จะปิดเวลา 22.00 น. การเข้าใช้บริการสุดท้ายคือ 30 นาทีก่อนปิดบริการ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 1000 เยน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ความยาว 200 เมตร ภายในตึกนี้มีห้างสรรพสินค้าขนาด 200 เมตร จำนวน 5 ชั้น เรียกว่า "Landmark Plaza" ซึ่งมีร้านค้ามากกว่า 170 ร้าน และมีสินค้ายี่ห้อ Tiffany และ Coach ขายที่นี่ ผ้าพันคอของโยโกฮามาและร้านขายกระเป๋า และร้านขายของที่ระลึกท้องถิ่น สินค้าจากเกมส์ยอดนิยมและการ์ตูนโปเกม่อน ก็มีจำหน่ายที่ Pokémon Center บริเวณชั้นหนึ่งเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ร้าน ซึ่งแนะนำให้ใช้บริการ สวน Dockyard (The Dockyard Garden) "Old Yokohama No. 2 Dock" เป็นหนึ่งในท่าเรือพานิชย์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ได้ถูกติดตั้งขึ้นมาใหม่ภายใน DOCKYARD GARDEN ซึ่งมีความยาว 107 เมตร กว้าง 29 เมตร หลังจากติดตั้งเสร็จในปี 1993 ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในปี 1997 ที่นี่ยังมีแผนที่ภาพฉายบนท่าเรือ และคุณสามารถชมโดยซื้อตั๋วบนทางเข้าของสวนแห่งนี้ที่ชั้น 3 ราคา 500 เยน/คน การเดินทาง ใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน Yokohama municipal ไปยังสถานี Sakuragi-cho และจากที่นี่จะมีทางเดินเคลื่อนที่ ใช้เวลา 5 นาที คุณสามารถใช้รถไฟสาย Minato Mirai ไปยังสถานี Minato Mirai และเดิน 3 นาที Landmark Plaza เปิดเวลา 11.00- 22.00 น. ส่วนห้างสรรพสินค้าเปิดจนถึง 20.00 น. Dockyard Garden เปิดจนกระมั่งเวลา 23.00 น. Tower Dining เปิดถึง 22.00น. ที่มา:: www.japanhoppers.com/th/kanto/yokohama/kanko/1564/ ทริปร่วมพิธีจบการศึกษา นายร้อยโบได นนร.นวกานต์ ประจงจิตร นตท.๕๒ จปร.๖๓ #จักรดาว๕๒จปร๖๓นายร้อยโบไดJapan 17 มีนาคม 2560

View on Facebook

ตลาดค้าส่งกลางมหานครโตเกียว (อังกฤษ: Tokyo Metropolitan Central Wholesale Market; ญี่ปุ่น: 東京都中央卸売市場 โทเกียว-โตะ ชูโอ โอะโระชิอุริ ชิโจ ?) หรือเป็นที่รู้จักอย่างทั่วไปในนาม ตลาดสึกิจิ (ญี่ปุ่น: 築地市場 สึกิจิ ชิโจ ?) เป็นตลาดค้าส่งปลาและของทะเล ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังคงเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดแม้ว่าจะเทียบกับตลาดค้าส่งประเภทอื่น ๆ ก็ตาม

ตลาดปลาสึกิจิมีที่ตั้งอยู่ในอำเภอสึกิจิ ในแขวงชูโอ, กรุงโตเกียว มีการค้าขายตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของทุกวัน มีความน่าใจตรงที่มีการประมูลปลาทูน่าแข่งขันกัน ในปี ค.ศ. 2012 ตลาดปลาสึกิจิได้ถูกจัดอันดับให้เป็นตลาดสดที่ดีที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 จากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

ข้อมูลจาก wikipedia
... See MoreSee Less

ตลาดค้าส่งกลางมหานครโตเกียว (อังกฤษ: Tokyo Metropolitan Central Wholesale Market; ญี่ปุ่น: 東京都中央卸売市場 โทเกียว-โตะ ชูโอ โอะโระชิอุริ ชิโจ ?) หรือเป็นที่รู้จักอย่างทั่วไปในนาม ตลาดสึกิจิ (ญี่ปุ่น: 築地市場 สึกิจิ ชิโจ ?) เป็นตลาดค้าส่งปลาและของทะเล ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังคงเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดแม้ว่าจะเทียบกับตลาดค้าส่งประเภทอื่น ๆ ก็ตาม ตลาดปลาสึกิจิมีที่ตั้งอยู่ในอำเภอสึกิจิ ในแขวงชูโอ, กรุงโตเกียว มีการค้าขายตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของทุกวัน มีความน่าใจตรงที่มีการประมูลปลาทูน่าแข่งขันกัน ในปี ค.ศ. 2012 ตลาดปลาสึกิจิได้ถูกจัดอันดับให้เป็นตลาดสดที่ดีที่สุดในโลกเป็นอันดับ 2 จากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ข้อมูลจาก wikipedia

View on Facebook

Older posts «